รีวิวหนัง เร็วโหด..เหมือนโกรธเธอ Fast & Feel Love

‘เกา’ แชมป์ Sport Stacking วัย 30 เจ้าของหัตถ์พระเจ้า 4.7 วินาที อันเป็นความเร็วที่ไวที่สุดในโลก เขาคือเป้าหมายที่นักเล่นสแต็คทั่วโลกต่างมาท้าเล่นเพื่อล้มแชมป์ ในการแข่งขันครั้งใหญ่ครั้งสำคัญในปีนี้ รีวิวหนัง เร็วโหด..เหมือนโกรธเธอ Fast & Feel Love ศัตรูตัวฉกาจของเขาไม่ใช่ ‘เอ็ดเวิร์ด’ นักเล่นลึกลับจากนรก แต่คือการนั่งทำความเข้าใจเรื่องภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาใหม่หมด เสียเวลากับการต่อทะเบียนรถ การยืนงงกับคราบซอสบนเสื้อผ้าที่ซักไม่ออก ยืนเครียดเพราะปั๊มน้ำดังแบบไร้สาเหตุ ก้มเก็บขี้จิ้งจกที่ตกอยู่ตามพื้นบ้าน มึนกับโปรโมชันบัตรเครดิต

ช็อกที่งูเข้าบ้านไม่รู้ทำไง และเรื่องอื่นๆ อีกมากมายในชีวิตประจำวันที่เขาไม่เคยต้องเจอ เพราะที่ผ่านมา เขามี ‘เจ’ แฟนสาวของเขาจัดการให้อยู่ตลอด แต่เธอกำลังจะไม่จัดการให้อีกต่อไป เพราะเธอก็มีภารกิจใหม่ที่ต้องรีบทำให้สำเร็จไม่แพ้กัน ศึกครั้งนี้จึงใหญ่หลวงนัก ประหนึ่งแบทแมนที่อัลเฟรดยื่นใบลาออก เทพเจ้าในโลก Sport Stacking จึงถูกชีวิตในโลกความเป็นจริงฉุดสปีดให้ช้าลง เรื่องง่ายๆ ของคนทั่วไปกลายเป็นเรื่องที่ยากที่สุดในชีวิตเกา
ดูหนังออนไลน์  ห่างหายจากการรีวิวไปนานมาก แต่ก็ตามเก็บหนังแทบทุกเรื่อง แค่ช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลาว่างเขียนรีวิว เรื่องนี้ก็เหมือนกัน หนังเข้าไปสักพักแล้ว แถมรอบยังลดลงแบบน่าตกใจ ทีแรก หลังจากเห็นตัวอย่าง และชื่อ ผกก. ถึงแม้จะชอบนักแสดง แต่ก็ไม่คิดว่าจะไปดู เพราะหลังๆมา รู้สึกผิดหวังกับหนังgdhแทบทุกเรื่อง คือมันไม่ค่อยหนุก และไม่ว้าวเหมือนเมื่อก่อน ไม่แปลกที่รายได้น้อยมาก จากเมื่อก่อนที่ขึ้นชื่อว่าหนังค่ายนี้
รอบต้องเยอะ รายได้ต้องเข้าเป้าตลอด คนต้องแน่นโรงอยู่หลายสัปดาห์แต่สมัยนี้ภาพนั้น ไม่ค่อยมีให้ได้เห็นแล้ว นักแสดงดังๆก็ดึงคนไม่ได้ ส่วนนึงน่าจะเพราะคนคงเข็ดหนังช่วงหลังๆของค่ายนี้เยอะ รวมถึงตัวเราด้วยแต่ที่ตัดสินใจไปดู เพราะเห็นเพื่อนบอกว่า สนุกอยู่นะ เลยตัดสินใจไปตามเก็บกับเขา
รีวิวหนัง เร็วโหด..เหมือนโกรธเธอ Fast & Feel Love
ความรู้สึกหลังดูจบ ส่วนตัวคิดว่า โดยรวมคือหนังโอเคใช้ได้เลย เปิดเรื่องมาได้สนุกกว่าที่คิด ในชั่วโมงแรก คือหนังเล่าเรื่องได้สนุก ดูเพลิน จากที่คิดไว้ ว่าหนังแนวนี้ ไม่ค่อยมีอะไรมาก จะน่าเบื่อรึเปล่า แต่ไม่เลย แถมยังมีการตบมุขตลก ของบรรดาตัวละครต่างๆ ไว้ให้ได้ฮา และขำตลอดชอบการหยิบแรงบันดาลใจ ประโยค ฉาก จากหนังดังๆต่างๆ มาใส่ในหนังเรื่องนี้ คือถ้าใครเคยดู ก็จะร้องอ่อในใจ และแอบขำออกมาโดยไม่รู้ตัว การเอาเรื่องราวในชีวิตประจำวัน ที่แสนธรรมดา มาทำ มาเล่า ให้ตื่นเต้น และน่าสนใจ ชอบที่เอาเรื่องจริงในสังคมไทย มาจิกกัด และสะท้อนสังคมในยุคปัจจุบันได้ดี
รีวิวหนังไทย ดนตรีประกอบ โทนภาพ สี ที่ดูอินเตอร์เหมือนหนังฝรั่ง การเล่าเรื่อง และการดำเนินเรื่อง จากอะไรที่ธรรมดา ให้มาเป็นหนังเรื่องนึงได้ คือชื่นชอบในส่วนนี้นักแสดงทุกคน คือเล่นดี และมีสีสันทุกตัวละคร ชอบเคมีของนัทและญาญ่า คือเข้ากันดีมาก
แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ถึงหนังเรื่องนี้ จะเป็นหนัง ทุกคนอาจจะดูได้ที่สุดแล้ว ในบรรดาหนังของ เต๋อ นวพล แต่ในหนัง ก็ยังมีความเป็นเอกลักษณ์ของ ผกก. คนนี้เยอะอยู่พอสมควร แทรกไปแทบทั้งเรื่อง กลิ่นอาย และลายเซ็นต์ ที่ซึมอยู่ในทุกอณูของหนังเลยก็ว่าได้ ถึงแม้ว่าหนังจะเป็นอะไรที่แมสขึ้น สำหรับ ผกก.คนนี้ แต่ตัวหนัง คือก้จะแฝงไปด้วยความติส และความอินดี้ ตามสไตล์ของพี่เต๋อ อยู่พอสมควร นั่นคือเหตุผลว่า ถ้าคนชอบก็จะชอบไปเลย ถ้าคนไม่ชอบ ก็อาจจะไม่ชอบ เหมือนผลงานเรื่องก่อนๆ ที่ผ่านมา หรือบางคนอาจจะกลางๆก็ได้
การ tie-in ของสปอนเซอร์หลัก ซึ่งมีแทบทั้งเรื่อง แต่ด้วยตัวบท มันเลยทำให้ดูสนุก ไม่ยัดเยียด และไม่ทำให้ดูว่า เน้นขายจนเกินไป ถ้าบทส่วนนี้ไม่ดีคือจบนะตรงนี้ เพราะมาแทบทั้งเรื่อง คือการนำเรื่องราวของคน ในวัยขึ้นเลข3 มาเล่า และทำการบ้านในส่วนนี้มาดีมาก คือดูแล้ว หลายๆอย่างคือเป็นแบบนี้เลยทั้งการวางแผนเรื่องอนาคต ลดหย่อนภาษี และด้านสุขภาพ บลาๆๆ คือมันใช่เลย ส่วนตัวคิดว่า น่าเสียดายสุดๆ หนังช่วงหนึ่งชั่วโมงแรก คือมันดี มันสนุก ตลก ฮา เล่าเรื่องดี คือโอเคมากๆ

รีวิวหนัง เร็วโหด..เหมือนโกรธเธอ Fast & Feel Love

ดูหนังฟรี แต่…. พอหนึ่งชั่วโมงหลัง อารมณ์หนังจากที่สนุกๆ เพลินๆ ดูได้เรื่อยๆ มันค่อยๆลดลงมาเรื่อยๆ ดรอป แผ่วมาก เริ่มน่าเบื่อพอสมควรเหมือนกำลังดูคนคุยกัน ซึ่งเนื้อหาในหนังในช่วงหลังๆ จริงๆ ก็ไม่ค่อยมีแล้ว มันเลยดูเอื่อยๆ เรื่อยเปื่อย ยืดยาวเกินไปคือไม่สนุกเหมือนตอนเปิดมาเลย แทนที่หลังๆจะค่อยๆเข้มข้นขึ้น จนถึงไคล์แมกซ์ ที่เป็นจุดพีคของเรื่อง ซึ่งมันควรดึงดราม่าอารมณ์ความสนุกต่างๆ เอาไว้ แต่หนังไม่ทำให้เรารู้สึกแบบนั้นเลย
รีวิวหนัง เร็วโหด..เหมือนโกรธเธอ Fast & Feel Love
มันไร้ซึ่งรสชาติ จืดชืด และกร่อยมากๆ คือเป็นช่วงท้ายถึงจบ ที่ค่อนข้างน่าเบื่อ และผิดหวัง มันดูไม่มีอะไรเลย แสนจะธรรมดา เนื้อหาก็ไม่ค่อยมีเลยทำให้ดูแล้ว เซ็งๆ พอสมควร คือเริ่มต้นมาดี ไม่คิดว่าจะมาตายตอนจบ แบบน่าเสียดายสุดๆ คหสต.นะ หลังจากที่ได้ดูไป ความรู้สึกส่วนตัวของผม รู้สึกชอบไม่น้อย แต่ขอเตือนไว้ก่อนว่าหนังเรื่องนี้ ไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคน เพราะมุกที่ผู้กำกับเล่นในหนัง มันลึกจริง มันเนิร์ดจริงๆ มันเป็นมุขที่คนเนิร์ดหนัง บ้าหนังหน่อย ถึงจะเก็ทได้ มีการล้อเลียนหนังต่างๆหลายเรื่องเลย
ดูหนัง ซึ่งผมอาจจะเก็ทไม่หมดทุกมุข แต่ส่วนใหญ่ก็ทัน มีทั้งล้อหนัง Fast 7, Parasite และมีล้อเสียงพากย์ชาคริตที่เคยพากย์สตาร์วอร์ไว้จนเป็นตำนาน ฉากนี้ปั่นจริง ต้องไปลองดูกันเอง มาเริ่มรีวิวกันเลยดีกว่า มาเริ่มกันที่ด้านการแสดงกันก่อน ตัวละครเรื่องนี้จะมีคาแรคเตอร์แบบสไตล์หนังของพี่เต๋อเลย
คือหน้านิ่งๆ พูดเสียงโทนเดียว ดังนั้นการแสดงก็ธรรมดา ไม่ได้มีอะไรจะชมมากมาย ทุกคนก็เล่นได้เหมือนกันหมดเลยจริงๆ ส่วนตัวผมชอบตัวละครน้อง ไผ่หลิวจริงๆ เป็นตัวละครที่โคตรจะแย่งซีน และบทพูดของตัวละครในเรื่องก็แสนจะมีมมากๆ อีกตัวละครที่ชอบเหมือนกัน ก็คงจะเป็น เมทัล แม่บ้านที่เกาจ้างเข้ามา รู้สึกว่าปกติเขาจะเป็นผู้กำกับ แต่มารับงานแสดงเรื่องนี้เรื่องแรก แถมเล่นได้ตีบทแตกจริงๆ แย่งซีนไม่แพ้น้องไผ่หลิวเลย เฉิดฉายจริงๆ
ต่อมาที่ตัวละครหลักอย่าง เกา และ เจ ที่รับบทโดย ณัฐ และญาญ่า สองคนนี้ก็แสดงได้ดีตามมาตรฐานเลย ปั่นทั้งคู่ แต่ส่วนตัวผมชอบญาญ่ามากกว่า รีวิวหนัง เพราะว่าญาญ่าในเรื่องนี้ ดูต่างออกไปจากที่เราเคยเห็นจริงๆ เรื่องนี้มาแบบนิ่งๆ รับบืเป็นสาวลูกครึ่งหน้าตาย
 ที่มีดีอย่างเดียวคือ “ใจดี” เป็นตัวละครที่ใช้ชีวิตมาคอยแต่ช่วยเหลือคนอื่น ห่วงใยคนอื่น จนลืมมองกลับมาที่ตัวเอง ส่วนตัวละครเกา ก็เป็นคนที่สนใจแต่ความฝันของตัวเอง หมกมุ่นอยู่กับสิ่งที่รัก จนไม่สนใจสิ่งรอบตัว ขนาดเรื่องง่ายๆที่คนทั่วไปทำได้ เกาก็ยังทำไม่เป็น เพราะไม่เคยทำอะไรเองเลย มีเจคอยทำให้มาตลอด และพอถึงจุดหนึ่งที่เจเริ่มหันกลับมามองตัวเอง และอยากกลับไปใช้ชีวิต
ทำให้เกาได้ตระหนักรู้เลยว่า ถ้าเขาไม่มีคนคอยดูแล เขาก็เหมือนเด็กประถมคนนึงดีๆนี่เอง พอเรื่องราวดำเนินไปจนจบ เราก็จะได้เห็นพัฒนาการของทั้งสองคนนี้ ได้เห็นตัวละครเติบโตขึ้นกว่าตอนต้นเรื่อง ซึ่งผมมองว่าพี่เต๋อแกวางเรื่องราวมาได้ดีจริงๆ
รีวิวหนัง เร็วโหด..เหมือนโกรธเธอ Fast & Feel Love
ต่อมาที่บท เรื่องนี้ไม่ใช่หนังที่เน้นเอาหนังดังมายำเน้นฮา และเวอร์ๆแบบ Scary Movie แต่เรื่องนี้จะยังอยู่บนความจริงอยู่ แค่บทพูดของตัวละคร มุมกล้องบางฉากเท่านั้น ที่จะล้อหนัง แต่เนื้อเรื่องหลักๆ ยังดำเนินอยู่บนโลกความจริง ที่สำคัญพี่เต๋อไม่ลืมที่จะเล่นเรื่อง พัฒนาการของตัวละคร แม้ว่ามันไม่ได้ดึงดูดคนดูอะไรมากมาย แต่มันก็ยังเป็นจุดที่จำเป็นต้องใส่มา
ถ้าไม่มีจุดนี้ หนังจะห่วยและไร้จุดหมายไปเลย บทพูดก็ปั่นและฮาดี ผมชอบมากๆ เรื่องบทถ้าจะให้ติจริงๆ ผมก็คงจะติเรื่องพล็อตหลักๆของเรื่องนี้เลย มันดูอ่อนเกินไป ไม่น่าติดตามเท่าไหร่
ไม่ค่อยดึงดูดด้วย บอกตรงๆ ว่าตอนที่ผมดูตัวอย่างครั้งแรก เว็บดูหนังฟรี ผมรู้สึกอยากดูเพราะงานภาพที่ออกมา บทพูดที่ตัวละครพูดในตัวอย่าง และการที่จะนำเสนอในรูปแบบหนังแอ็คชั่น เพราะส่วนตัวผมไม่ได้รู้สึกว่า Sport Stacking ไม่ได้ดึงดูดผมเท่าไหร่ แต่สำหรับคนอื่นๆ อาจจะรู้สึกต่างออกไปก็ได้ อันนี้แล้วแต่คนจริงๆ
สุดท้ายมาที่เรื่องงานภาพ และการตัดต่อ ส่วนนี้เป็นส่วนที่ผมชอบที่สุดในหนังเรื่องนี้ แม้ว่าการตัดต่อบางครั้งมันจะดูงงๆ และไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ แต่โดยรวมแล้วผมชอบเลย การตัดการบิ้วนี่มันหนังแอ็คชั่นชัดๆ แต่เรื่องราวมันโคตรจะธรรมดา แค่การนำเสนอมันดูตื่นเต้น รวดเร็ว ซึ่งมันก็เจ๋งดี ต่อมาที่งานภาพ ในจุดนี้ไม่มีที่จะติจริงๆ
งานภาพทำออกมาได้ดีมากๆแล้ว เฉดสี โทนสีต่างๆที่ใช้ มันก็ดีเยี่ยม ชอบเวลาที่ตัดไปฉากของน้องคู่แข่งที่อยู่โคลัมเบีย โทนสีภาพจะเป็นโทนอุ่นๆขึ้นมากเลย อารมณ์เหมือนดูหนังแอ็คชั่นที่โลเคชั่นในเรื่องอยู่ในเขตร้อน ยกตัวอย่างง่ายๆก็ เรื่อง Extraction แต่ไม่ได้เหมือนขนาดนั้น แค่ให้อารมณ์คล้ายๆกันเฉยๆ บอกเลยว่างานภาพของเรื่องนี้ไปฉายเมืองนอกได้สบายๆเลย
หลังจากรีวิวมายืดยาว ผมจะขอพูดสรุปภาพรวมทั้งหมด และให้คะแนนภาพยนตร์เรื่องนี้กัน โดยรวมแล้วทำออกมาได้ดีใช้ได้เลย เสียดายที่บทมันอ่อนไปหน่อย แต่ก็ไม่ได้ทำให้ภาพรวมของหนังออกมาแย่นะ ยังถือว่าเป็นหนังที่พอดูได้ แต่ไม่ใช่สำหรับทุกคนจริงๆ ผมมองว่าเรื่องนี้จะเป็นหนังที่คนชอบ ก็จะชอบและรักไปเลย ส่วนคนที่ไม่ชอบ ก็จะเกลียดแบบสุดๆ และรู้สึกเสียเวลา ดังนั้นก่อนไปดูก็คิดดีๆ แต่ถ้าอยากลองผมก็อยากแนะนำว่า
 ให้เข้าไปดูด้วยความไม่คาดหวัง ปล่อยให้เรื่องราวมันนำทางเราไป งานภาพ โปรดักชั่นต่างๆ ทำออกมาได้ดีเยี่ยม เว็บดูหนัง การตัดต่อการเล่าเรื่อง แม้จะมีบางช่วงที่งงๆ แต่รับประกันว่าดูรู้เรื่องแน่นอน ไม่ได้เป็นหนังอินดี้ หรือลึกขนาดนั้น ถือว่าเป็นหนังของพี่เต๋อที่ดูง่ายที่สุดแล้วมั้ง ส่วนสุดท้ายด้านการแสดง ก็เหมือนเดิม ใครเคยดูหนังพี่เต๋อก็จะรู้ ว่าตัวละครมันจะเป็นประมาณไหน ส่วนนี้ผมพอรับได้ ไม่ได้ติดอะไร